ความจริงที่จำเป็นต้องรู้ก่อนจะเป็น Trader Forex - GreenBook Forex เส้นทางการเทรด forex แบบมืออาชีพ

Post Top Ad

ความจริงที่จำเป็นต้องรู้ก่อนจะเป็น Trader Forex


ก่อนที่จะเข้ามาเป็น Forex Trader มีความจริงหลายๆอย่างที่ควรต้องรู้ เพราะหากสามารถคลายข้อกังขาต่างๆเกี่ยวกับ Forex และยอมรับในสิ่งที่มันเป็น  จะไม่มีอะไรมาบั่นทอนความรู้สึกหรือเป็นกังวลจนรบกวนสมาธิในการเทรด

1.   Forex ไม่ใช่ Zero Sum Game. อาจมีบางคนตั้งข้อสังเกตว่า Forex คือ Zero Sum Game ซึ่งหมายถึง ในเกมส์การเทรด เมื่อมีคนได้ จะต้องมีคนเสีย คือเข้าใจว่า ถ้าเราได้ 100 แสดงว่ามีคนเสีย 100 เหมือนกัน และตรงนั้นเราเป็นคนได้  จริงๆแล้วเป็นความเข้าใจผิดและไม่รู้ข้อเท็จจริงในการเทรด Forex 
          ลักษณะการได้-เสีย แบบ Zero Sum Game จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ สินค้าหรือของที่ทำการซื้อขาย มีอยู่ในจำนวนจำกัด ผู้ถือรายหนึ่งขายเปลี่ยนมือให้กับอีกรายหนึ่ง วนเวียนกันไป มีคนได้และคนเสีย เท่ากับมูลค่าส่วนต่างของราคา หรือในวงพนัน ที่ทรัพย์สินเปลี่ยนมือกันไปด้วยมูลค่าเท่าเดิม มีคนได้ก็มีอีกคนที่เสียให้  

               แต่การซื้อขาย Forex ผู้ซื้อคนหนึ่งออกค่ำสั่งซื้อขายโดยตรงกับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับอีกคนที่ออกคำสั่งซื้อขายเช่นเดียวกัน กำไรหรือขาดทุน ขึ้นอยู่กับราคาที่เปลี่ยนแปลง เป็นอิสระไม่เกี่ยวข้องกับผู้ซื้อรายอื่น ในวันหนึ่งๆอาจมีคนซื้อแล้วผิดทาง ขาดทุนหมดทุกคน หรือวันหนึ่งอาจมีคนได้กำไรมากกว่าคนที่ขาดทุนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก


2.  มีคนที่ทำอาชีพเทรดเป็นอาชีพหลักอยู่จริง อาจจะเคยได้ยินว่า คนเทรด 100 คน เจ๊งขาดทุนไป 95 คน ที่เหลือ 5 คนอยู่รอด ยอมรับว่าจริง ที่มีคนเจ๊งเยอะ แต่ไม่ขอยืนยันตัวเลขว่าคือ 95% หรือไม่ อาจจะไม่ถึงหรือมากกว่าก็ได้ เป็นตัวเลขจากคนที่เคยล้มเหลวคาดการณ์ให้ Forex ดูน่ากลัวเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงมือใหม่ที่เข้าในตลาดด้วยความประมาท ไม่ได้มีความรู้ที่แท้จริงในการเทรด หมดตัวมาเยอะ แต่ไม่มีใครกล้าออกมาป่าวประกาศให้ตัวเองอับอาย ก็แค่เดินออกไปจากวงการเงียบๆ  ในขณะที่คนเทรดแล้วอยูได้ดีมีกำไร ก็ไม่ค่อยแสดงตัวออกมาเท่าไร เพราะบ้านเราส่วนใหญ่ คนยังมอง Forex ว่าเป็นสีเทา ไม่ปลอดภัย
3.  สร้างกำไรต่อเดือนมากกว่า 30%  ใน 1 เดือน มีเวลาประมาณ 20-22 วัน ในการเทรด (ตลาดฟอเร็กซ์หยุด เสาร์-อาทิตย์) การบริหารการซื้อขายแบบความเสี่ยงต่ำที่ทำกำไรได้วันละ 1.5% ไม่ใช่เรื่องยาก บางวันหากมีการเคลื่อนไหวของราคารุนแรง เช่นช่วงข่าวสำคัญ อาจทำกำไรได้ 5-10% แต่โดยเฉลี่ยทั้งเดือน เมื่อหักล้างกับบางวันที่อาจมีการสูญเสีย  การทำกำไร 30% ต่อเดือน ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด


4.  ไม่มีทฤษฎีวิเคราะห์ใด ที่ถูกต้อง 100% ก่อนอื่นต้องขอให้ยอมรับและเชื่อถือก่อนว่าเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Indicator ต่างๆ ทฤษฎีการวิเคราะห์คลื่น  หรืออื่นๆ คือสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่พอจะช่วยทำนายอนาคตของราคาได้ 
ทฤษฎีต่างๆส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ข้อมูลทางสถิติในอดีตมาทำนายตลาดในอนาคต หรือเกิดจากการเรียนรู้พฤติกรรมราคาจนสรุปออกมาเป็นทฤษฎีการวิเคราะห์  ทั้งหมดนี้มีมานานกว่า 100ปี จึงเชื่อได้ว่ามันมีความถูกต้องและสอดคล้องกับการทำนายอนาคตตลาดได้ แต่ที่บอกว่าไม่ 100% ก็เพราะในบางครั้ง ตลาดไม่ได้เป็นไปตามทฤษฎีเสมอไป ระหว่างวัน ระหว่างเดือน มีปัจจัยภายนอกมากมายที่อาจมีผลกระทบต่อตลาดอย่างฉับพลัน  อีกทั้งการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์ ยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วยว่าตีความผลที่ได้จากการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์ถูกหรือไม่ หรือหยิบเครื่องมือไปใช้วิเคราะห์ถูกจุดหรือเปล่า.
สุดท้าย เรายังต้องอาศัยทฤษฎีเหล่านี้ช่วยในการเทรด เพราะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดแล้วในปัจจุบันที่พอจะหาได้ เราสามารถหาทฤษฎีเหล่านี้อ่านได้ฟรีทั่วไปในอินเตอร์เนต แต่เหตุผลที่ต้องมีการฝึกอบรม ก็เพื่อให้สามารถนำไปใช้และตีความได้ถูกต้อง มีคนมากมายที่รู้ทฤษฎีแต่ใช้งานจริงกลับไม่มีประสิทธิภาพ การเรียนรู้การใช้อย่างถูกต้องไม่ได้ทำให้ทำนายตลาดได้ถูกต้อง 100% แต่จะทำให้ผิดพลาดน้อยที่สุด นั่นคือเป้าหมาย

5.  สัญญาณเทรด  หากคุณกำลังคิดจะเริ่มต้น และกำลังหวังพึ่งสัญญาณซื้อขายจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเป็นหลัก ขอให้ทบทวนให้ดี มีบางครั้งคุณอาจได้กำไรง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไร ก็แค่ซื้อตามเขาบอกก็กำไร แต่ก็มีบางครั้งสัญญาณก็ผิดพลาดซึ่งเกิดจากผู้วิเคราะห์ตลาดให้คุณ สิ่งที่เห็นจนชินตาสำหรับสัญญาณเทรดที่แจกกันคือ แจกสัญญาณ มีกำไรน้อย แต่ให้ตั้ง Stop loss (SL) ไกลๆ. เช่น แจกสัญญาณ ซื้อขายให้เข้าตรงจุดนี้และรอปิดกำไร แค่ 100 หรือ 200 จุด แต่ให้ตั้ง SL ไว้ 800 จุด. เพราะอะไร? เพราะเขาต้องการปกป้องตัวเองไม่ให้เสียชื่อ ผิดทางก็ยังมี 800จุดให้ผิดทาง บางที่เรารอกำไรแค่ 100 จุด โดนลากติดลบไป 500 จุด เขาก็ยังไม่เสียชื่อเพราะยังไม่ SL. บางออเดอร์โดนลากไปเป็นสัปดาห์ กว่าจะกลับมากำไรแค่ 100 จุด(ทั้งๆที่ถ้าเข้าออเดอร์สวนทางกับสัญญาณ ได้กำไรไปนานแล้ว และไปทำมาหากินกับออเดอร์อื่นได้อีกเยอะ). เมื่อนั้น เหล่านักแจกสัญญาณจะออกมาโฆษณาถึงความแม่นยำกันว่าตัวเองให้สัญญาณแม่นแค่ไหน 

         และถ้ามองถึงสัญญาณทีผิดทางจนโดนลากไปจนถึง SL คนที่ตามสัญญาณจะเสียหายหนักมาก แต่ไม่มีใครกล้าบ่น เพราะกลัวโดนเขาไล่ออกจากกลุ่ม

สัญญาณอีกประเภทคือ แทงกั๊กมันทั้งสองทาง ... ถ้าขึ้น จะขึ้นไปถึง .... ถ้าลงจะลงมาถึง ..... แน่นอน ยังไงก็ถูก
มีคนเปิดออเดอร์ทั้งสองทางและมีกลุ่มหนึ่งผิด เมื่อขาดทุนก็แอบเจ็บใจอยู่เงียบๆ กลุ่มที่ไปถูกทางก็เฮกันเพราะมีกำไร เข้าทางเจ้าของสัญญาณที่ต้องมาอวดอ้างสรรพคุณตัวเองว่าแม่นแค่ไหน เอ้า กลุ่มเรา รวยๆๆ.

อันที่จริงสัญญาณประเภท กำไร 200 จุด แต่ SL มากกว่ากำไร (800จุด) พวกนี้ ในมุมมองนักเทรด ถือว่าเป็นขยะนะครับ เพราะ RR(Risk Reward Ratio) ต่ำมาก  4:1 เลย      คือถ้าชนะได้แค่ 1 แต่ถ้าเสีย เสีย4เลย จริงๆ RR ที่ดีไม่ควรต่ำกว่า 1:1.5 หรือ เป็น 1:2, 1:3 ไปเลยยิ่งดี คือ โอกาสเสียแค่ 1 แต่ถ้าได้ ควรจะได้มากกว่า 1.5 ขึ้นไป.

     การใช้สัญญาณเทรดจากใครไม่ใช่เรื่องผิด แต่อยากให้รู้ไว้ว่าปัจจุบันมีแจกสัญญาณกันแบบนี้ทั้งนั้น ถ้าคุณขาดทุน คุณจะเสียใจอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ถ้าคุณกำไร พวกเขาจะเข้ามาหาคุณเพื่อเอาไปยกตัวอย่างสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง  
ถึงแม้จะใช้สัญญาณเทรดจากใคร ก็อยากให้เรียนรู้การวิเคราะห์ด้วยตัวเองควบคู่ไปด้วย อย่างน้อยในการออกออเดอร์แต่ละครั้ง เราก็ยังรู้เหตุผลว่าทำไมต้องเข้าออเดอร์จุดนี้ ถ้าผิดทางจะทำอย่างไร จะโดนลากไกลแค่ไหน


6.   เงินทุน เงินที่จะเอามาใช้เทรด ควรแยกออกมาต่างหาก ไม่เกี่ยวกับเงินที่ต้องใช้ยังชีพในชีวิตประจำวันและไม่ใช่เงินที่ถ้าหากคุณเสียมันไป คุณจะเดือดร้อน พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าให้เตรียมใจเอาเงินมาสูญเสีย แต่จริงๆมันมีผลทางจิตวิทยาและส่งผลกระทบใหญ่หลวงกับผลการเทรด.

ถ้าคุณเอาเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต หรือเงินที่จำเป็นต้องเอาไปจ่ายค่าอะไรก็ตามในอีกไม่นานมาเทรด คุณจะเกิด......

ความกลัว... กลัว เป็นกังวลเพราะจะสูญเสียเงินก้อนนี้ไม่ได้ ในบางครั้งเราเข้าออเดอร์ถูกทาง แต่อาจจะไม่ใช่จุดที่ดีที่สุด คือราคาอาจจะเดินผิดทางไปต่ออีกนิด ก่อนจะกลับมาทางที่เราออเดอร์ ระหว่างนั้นคุณจะติดลบก่อน และคุณจะกังวลว่ามันจะติดลบไปไกลแค่ไหน ถ้าไปแล้วไม่กลับมาทางที่คุณเลือก ก็เสียเยอะ เงินก้อนนี้จะเสียไม่ได้ สุดท้ายคุณอาจตัดสินใจ cut loss เพราะกลัวขาดทุนไปมากกว่านี้  ทั้งๆที่หลังจากนั้นราคาก็กลับตัวมาทางที่คุณเลือก แต่คุณตัดและขาดทุนไปแล้ว

รีบ.......  เมื่อเงินก้อนนี้มีความจำเป็นต้องเอาไปใช้อย่างอื่น คุณมีเวลาจำกัด ต้องทำกำไรให้เร็วที่สุด และจะได้รีบถอนออก สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ คุณจะรีบเข้าออเดอร์โดยไม่มีเหตุผลที่สมควร เพราะ กลัวได้กำไรไม่ทันใช้ และสุดท้ายมันจะนำมาซึ่งการขาดทุนซะมากกว่า.


7.    โบกเกอร์  ถ้าจะเทรด Forex คงหนีไม่พ้น โบรกเกอร์

โบรกเกอร์คือผู้ให้บริการให้เราเชื่อมข้อมูลการซื้อขายกับตลาดส่วนกลาง โดยเราเปิดบัญชีและฝากเงินกับโบรกเกอร์ และเมื่อเราทำรายการเทรดผ่านบัญที่เราเปิด คำสั่งการซื้อขาย ของเราจะถูกเชื่อมต่อส่งไปยังตลาดส่วนกลาง
ในปัจจุบันมีโบรกเกอร์ FOREX เปิดให้บริการมากกว่า 10 แห่ง แต่ละแห่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป (รายละเอียดขอยกไปกล่าวในหัวข้อความรู้เรื่องโบรกเกอร์)
รายได้ของโบรกเกอร์ ไม่ได้มาจากการขาดทุนของเรา แต่รายได้มาจากค่า Spread. และค่า Commission.

8.    ข่าว 
          หากจะเทรด FOREX ก็ต้องยอมรับว่า ข่าว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลง เพราะการเทรด Forex คือการเทรดด้วยการเก็งกำไรค่าเงินของแต่ละประเทศ ข่าวสำคัญๆทางเศรษฐกิจ การเมือง ของแต่ละประเทศล้วนมีผลกระทบต่อค่าเงินของตัวเอง  ในปัจจุบันเราสามารถติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ FOREX ได้หลายแห่ง แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ www.forexfactory.com.

...............................................................................................................................
           อาจมีข้อควรรู้มากกว่านี้ แต่ที่กล่าวมาคือประเด็นสำคัญจริงๆที่ควรเข้าใจก่อนเป็นเทรดเดอร์ และอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นก่อนลงทุนด้วยเงิน คือการยอมเสียเวลากับการเรียนรู้ก่อน เพราะหากเรียนรู้ก่อน โอกาสที่จะรักษาเงินทุนและสร้างกำไรมีมากกว่า ปัจจุบันการเรียนรู้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะมีผู้สนับสนุนหลักคือเหล่าโบรกเกอร์นั่นเอง โบรกเกอร์ส่งเสริมให้คนเรียนรู้ และมีกำไรเพื่อเทรดกับโบรกเกอร์ในระยะยาวกำไรของโบรกเกอร์ไม่ได้มาจากการขาดทุนของคุณ  ยิ่งคุณมีกำไรและเทรดต่อเนื่อง รายได้ของโบรกเกอร์จะได้มาจากค่า Spread และ Commission ต่อ Lot. การเทรด.

สนใจอบรมพื้นฐาน Forex ดูรายละเอียดที่นี่...

https://web.facebook.com/DelightFX/








No comments:

Post a Comment

Post Top Ad